"ทะเลาะกันทำไม ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า"
ไม่ใช่แค่กับคนรักเท่านั้น แต่รวมไปถึงบุคคลที่เรารักทั้งหลาย...
ตัวตน..กับ..ความรัก
ความรัก...ไม่ใช่การเอาตัวตนของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยน
แต่มันคือการเอาความรู้สึกดีๆ และความเข้าใจมาแลกกัน ตัวตนของคนเรา...
แม้มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่คงไม่มีใครอยากที่จะสูญเสียมัน
เพียงเพื่อแลกกับคำว่า รัก จากคนอีกคนหนึ่ง
คนเรามักเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอย่างใจเรา
แต่พอตัวเองถูกอีกฝ่ายเรียกร้องให้ทำเช่นนั้นบ้าง
กลับตีโพยตีพายโวยวายเสียจนเป็นเรื่องใหญ่
ถ้าเราเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิด เราจะรู้ว่า...
เขาเองก็คงรักความเป็นตัวตนของเขาเองเหมือนอย่างที่เรารักเช่นกัน
ดังนั้นหากตัวเราเองไม่อยากเปลี่ยนและไม่ยอมเปลี่ยน
การจะเรียกร้องให้คนรักของเรา...เปลี่ยนเพื่อเรา มันจึงกลายเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินไป
ปากพูดมาก...หัวใจพูดน้อย
เวลาที่เราทะเลาะกับคนรัก คำพูดที่ออกจากปากเรามักไม่ค่อยตรงกับใจเราเท่าไหร่
เนื่องจากมันเป็นคำพูดที่พูดออกมาจากอารมณ์ ไม่ได้ใช้สมองคิด
และไม่ได้ใช้หัวใจกลั่นกรองออกมา
คำพูดมักถูกคนสองคนนำมาใช้ในการเอาชนะซึ่งกันและกัน
ยิ่งใครพูดแรงกว่า โดนใจกว่า ถึงใจกว่า คนนั้นก็จะดูเหมือนเป็นผู้ชนะ
เพราะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บใจ เสียใจได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ชนะนั่นแหละคือคนแพ้
ยิ่งปากได้พูดออกมามากเท่าไหร่ หัวใจก็ได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงน้อยลงเท่านั้น
หากเราพูดให้น้อยลงบ้าง ประชดประชันให้น้อยลงบ้าง
หัวใจเราอาจมีโอกาสได้พูดความจริงออกมาเยอะขึ้น
แล้วคนรักของเราอาจได้รู้ว่ามี่จริงแล้วแม้ทะเลาะกันอยู่...แต่หัวใจเราแคร์เขาแค่ไหน
มุมมองและความคิดที่ต่างกัน
ความแตกต่างของมุมมองและความคิดที่จริงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาสำคัญของความรักเลย
แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือ... คนสองคนไม่ยอมเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน
มนุษย์ทุกคนมีสัญชาติญาณความเชื่อมั่นในตัวเอง
และคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอ
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คนอีกคนเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา
หรือเข้ามามีความสำคัญกับหัวใจของเรา เราก็ควรต้องให้โอกาสกับคนที่เรารัก
ให้เขาได้มีส่วนแสดงความเห็นหรือแชร์ความคิดกับเราบ้าง
จงอย่ายืนกรานว่าเราเชื่อแต่ความคิดของตัวเองและไม่ต้องการจะฟังเขา...
เพราะนั่นเป็นเหมือนการสร้างกำแพงให้เกิดขึ้นกับความรัก
ถึงแม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่กำแพงความคิดก็สามารถทำลายความรักลงได้ทุกเมื่อ
จงเปิดใจให้กว้าง..... เพื่อให้ความเป็นตัวตนของเรากับเขาเชื่อมถึงกัน
แล้วความรักจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและสมบูรณ์
ขีดความอดทน
ความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน
อาจทำให้คนสองคนมีขีดความอดทนที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ
บางคนทนแล้วทนเล่า ท้อแล้วท้ออีก แต่ในที่สุดก็ยังทนอยู่ได้
เพราะความรักที่มีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ...
การทะเลาะเบาะแว้งกระทบกระทั่งกันแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับการเป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง
หากเราเป่าลมเข้าไปมากจนมันพองตัวถึงที่สุด เมื่อนั้นมันก็อาจจะแตกได้...
หากไม่อยากให้ความรักต้องถึงจุดสิ้นสุด เราต้องพยายามรับหน้าที่เป็นฝ่ายอดทนอดกลั้น
และยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ปลดปล่อยและผ่อนคลายบ้าง
แม้วันนี้ลูกโป่งความรักของเราและเขา อาจจะใหญ่โตเต็มที่แล้ว
แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เราจะลดขนาดมันลงกันไม่ให้มันแตก
ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน
กำลังใจใกล้ๆตัว
เมื่อยามที่คนรักของเราต้องพบเผชิญปัญหาในชีวิต
จนเกิดความรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้และผิดหวัง
สิ่งเดียวที่เขาอาจหวังอยู่ในใจ คือการที่คนรักอย่างเรา...
จะเดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้าง หยิบยื่นความเข้าใจและทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
แต่บางครั้ง... เมื่อเราเห็นว่าเขาอ่อนแอ ท้อแท้
เรากลับทำนิ่งดูดายเพราะคิดว่าช่วยอะไรเขาไม่ได้
มิหนำซ้ำบางครั้งเรากลับยิ่งซ้ำเติม ตำหนิ ทำให้เขายิ่งสูญเสียกำลังใจมากขึ้นไปอีก
คนรัก...คือกำลังใจที่ใกล้ตัวที่สุด หากเราไม่สนใจใยดีเขาสักคน
แล้วใครกันจะมาช่วยฉุดให้เขาลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแรงอีกครั้งได้
ไม่ว่าคนรักของเราจะทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างไรก็ตาม
เรามีหน้าที่ต้องอยู่ข้างเขาและให้กำลังใจเขาเสมอ
หากเราปล่อยให้คนรักของเราต้องออกไปหากำลังใจจากที่ไกลๆ
ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะมีเราอยู่
รักคือการให้อภัย
ไม่สำคัญหรอกว่า... คนทำผิดจะเจตนาทำหรือไม่
แต่สำคัญว่าเขาตั้งใจจะขอโทษเราหรือเปล่า
หากเขาทำผิดกับเราแล้วยังรู้จักยอมรับผิด มีจิตสำนึกคิดจะมาขอโทษเรา
ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะให้อภัยเขาไม่ได้ เพรารักคือการให้อภัย...
คือการปล่อยวางและลบลืมเรื่องทุกเรื่องที่เลวร้าย
เพื่อให้เราได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานที่สุด ...
อย่าคิดกลัวไปเองว่าถ้าเราให้อภัยเขาง่ายๆ ต่อไปเขาจะต้องทำไม่ดีกับเราอีก
หากเราจะมองในด้านดี... บางทีการให้อภัยครั้งนี้
อาจทำให้เขารักและเกรงใจเรามากขึ้นก็ได้
หรือเราจะยอมให้คนๆหนึ่งที่เรารักต้องจากเราไป เพราะการไม่ให้อภัยของเราเอง
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ทะเลาะกันทำไม ... ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า
โดย เฌอมาณย์ ...
เป็นข้อคิดดีๆในการอยู่อย่างมีความสุขได้ในส่วนนึง*
โดยเฉพาะ "ปากพูดมาก หัวใจพูดน้อย" กับ "รักคือการให้อภัย"
ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่ว่า ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพูดไม่ตรงกับใจมากเท่านั้น
ด้วยความที่ต้องการจะเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ เราก็จะพูด พูดเข้าไป
พูดให้มันแรงๆ เจ็บๆ เพื่อที่จะได้ชนะอีกฝ่าย โดยไม่คำนึงว่าหัวใจเราต้องการพูดแบบนั้น
หรือเปล่า????
การอภัย มันเป็นความรู้สึกที่ทำใจได้ยากจริงๆนะ
แต่ถ้าลองทำดู จะรู้ว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย
แล้วยิ่งถ้าเป็นการอภัยให้กับคนที่เรารัก
มันก็ยิ่งง่ายเข้าไปกันใหญ่ แค่เพียงนึกถึงสิ่งดีๆที่มีให้กัน...
เราไม่ชอบการทะเลาะ ไม่ชอบที่จะรู้สึกไม่ดีกับใคร
เพราะฉะนั้น บางทีเราก็ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่ไม่ดี
อาจจะมีคิดเล็กคิดน้อยในช่วงแรก พอหลังจากนั้น
เราก็จะทำเป็นลืม คือไม่ได้เก็บมาคิดอ่ะ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้ว
ไม่ได้ลืมหรอก แต่แค่เก็บมันไว้ในส่วนๆนึง เหมือนเก็บไว้ในห้องเก็บของเสีย
จะจำไม่ได้ถ้าไม่ได้เปิดไปที่ห้องนั้น....อารมณ์ประมาณนั้น
หัวข้อทั้งหมดเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ถ้าอ่านแล้วเอาไปใช้บ้าง
ก็คงไม่ต้องมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจกันบ่อยๆหรอกเนอะ ...
ไม่อยากเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว
ที่ไปรักใครง่ายดายเหลือเกิน
ที่ไปรักเธอไม่ทันจะรู้ตัว
ใกล้เธอทำไมทุกครั้งใจมันสั่นๆ จิตใจของฉันวุ่นวาย
ตัวของฉันควมคุมไม่ได้ เมื่อสุดท้ายหัวใจมันรักเธอ
"ทะเลาะกันทำไม ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า"
ไม่ใช่แค่กับคนรักเท่านั้น แต่รวมไปถึงบุคคลที่เรารักทั้งหลาย...
ตัวตน..กับ..ความรัก
ความรัก...ไม่ใช่การเอาตัวตนของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยน
แต่มันคือการเอาความรู้สึกดีๆ และความเข้าใจมาแลกกัน ตัวตนของคนเรา...
แม้มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่คงไม่มีใครอยากที่จะสูญเสียมัน
เพียงเพื่อแลกกับคำว่า รัก จากคนอีกคนหนึ่ง
คนเรามักเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอย่างใจเรา
แต่พอตัวเองถูกอีกฝ่ายเรียกร้องให้ทำเช่นนั้นบ้าง
กลับตีโพยตีพายโวยวายเสียจนเป็นเรื่องใหญ่
ถ้าเราเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิด เราจะรู้ว่า...
เขาเองก็คงรักความเป็นตัวตนของเขาเองเหมือนอย่างที่เรารักเช่นกัน
ดังนั้นหากตัวเราเองไม่อยากเปลี่ยนและไม่ยอมเปลี่ยน
การจะเรียกร้องให้คนรักของเรา...เปลี่ยนเพื่อเรา มันจึงกลายเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินไป
ปากพูดมาก...หัวใจพูดน้อย
เวลาที่เราทะเลาะกับคนรัก คำพูดที่ออกจากปากเรามักไม่ค่อยตรงกับใจเราเท่าไหร่
เนื่องจากมันเป็นคำพูดที่พูดออกมาจากอารมณ์ ไม่ได้ใช้สมองคิด
และไม่ได้ใช้หัวใจกลั่นกรองออกมา
คำพูดมักถูกคนสองคนนำมาใช้ในการเอาชนะซึ่งกันและกัน
ยิ่งใครพูดแรงกว่า โดนใจกว่า ถึงใจกว่า คนนั้นก็จะดูเหมือนเป็นผู้ชนะ
เพราะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บใจ เสียใจได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ชนะนั่นแหละคือคนแพ้
ยิ่งปากได้พูดออกมามากเท่าไหร่ หัวใจก็ได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงน้อยลงเท่านั้น
หากเราพูดให้น้อยลงบ้าง ประชดประชันให้น้อยลงบ้าง
หัวใจเราอาจมีโอกาสได้พูดความจริงออกมาเยอะขึ้น
แล้วคนรักของเราอาจได้รู้ว่ามี่จริงแล้วแม้ทะเลาะกันอยู่...แต่หัวใจเราแคร์เขาแค่ไหน
มุมมองและความคิดที่ต่างกัน
ความแตกต่างของมุมมองและความคิดที่จริงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาสำคัญของความรักเลย
แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือ... คนสองคนไม่ยอมเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน
มนุษย์ทุกคนมีสัญชาติญาณความเชื่อมั่นในตัวเอง
และคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอ
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คนอีกคนเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา
หรือเข้ามามีความสำคัญกับหัวใจของเรา เราก็ควรต้องให้โอกาสกับคนที่เรารัก
ให้เขาได้มีส่วนแสดงความเห็นหรือแชร์ความคิดกับเราบ้าง
จงอย่ายืนกรานว่าเราเชื่อแต่ความคิดของตัวเองและไม่ต้องการจะฟังเขา...
เพราะนั่นเป็นเหมือนการสร้างกำแพงให้เกิดขึ้นกับความรัก
ถึงแม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่กำแพงความคิดก็สามารถทำลายความรักลงได้ทุกเมื่อ
จงเปิดใจให้กว้าง..... เพื่อให้ความเป็นตัวตนของเรากับเขาเชื่อมถึงกัน
แล้วความรักจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและสมบูรณ์
ขีดความอดทน
ความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน
อาจทำให้คนสองคนมีขีดความอดทนที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ
บางคนทนแล้วทนเล่า ท้อแล้วท้ออีก แต่ในที่สุดก็ยังทนอยู่ได้
เพราะความรักที่มีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ...
การทะเลาะเบาะแว้งกระทบกระทั่งกันแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับการเป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง
หากเราเป่าลมเข้าไปมากจนมันพองตัวถึงที่สุด เมื่อนั้นมันก็อาจจะแตกได้...
หากไม่อยากให้ความรักต้องถึงจุดสิ้นสุด เราต้องพยายามรับหน้าที่เป็นฝ่ายอดทนอดกลั้น
และยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ปลดปล่อยและผ่อนคลายบ้าง
แม้วันนี้ลูกโป่งความรักของเราและเขา อาจจะใหญ่โตเต็มที่แล้ว
แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เราจะลดขนาดมันลงกันไม่ให้มันแตก
ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน
กำลังใจใกล้ๆตัว
เมื่อยามที่คนรักของเราต้องพบเผชิญปัญหาในชีวิต
จนเกิดความรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้และผิดหวัง
สิ่งเดียวที่เขาอาจหวังอยู่ในใจ คือการที่คนรักอย่างเรา...
จะเดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้าง หยิบยื่นความเข้าใจและทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
แต่บางครั้ง... เมื่อเราเห็นว่าเขาอ่อนแอ ท้อแท้
เรากลับทำนิ่งดูดายเพราะคิดว่าช่วยอะไรเขาไม่ได้
มิหนำซ้ำบางครั้งเรากลับยิ่งซ้ำเติม ตำหนิ ทำให้เขายิ่งสูญเสียกำลังใจมากขึ้นไปอีก
คนรัก...คือกำลังใจที่ใกล้ตัวที่สุด หากเราไม่สนใจใยดีเขาสักคน
แล้วใครกันจะมาช่วยฉุดให้เขาลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแรงอีกครั้งได้
ไม่ว่าคนรักของเราจะทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างไรก็ตาม
เรามีหน้าที่ต้องอยู่ข้างเขาและให้กำลังใจเขาเสมอ
หากเราปล่อยให้คนรักของเราต้องออกไปหากำลังใจจากที่ไกลๆ
ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะมีเราอยู่
รักคือการให้อภัย
ไม่สำคัญหรอกว่า... คนทำผิดจะเจตนาทำหรือไม่
แต่สำคัญว่าเขาตั้งใจจะขอโทษเราหรือเปล่า
หากเขาทำผิดกับเราแล้วยังรู้จักยอมรับผิด มีจิตสำนึกคิดจะมาขอโทษเรา
ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะให้อภัยเขาไม่ได้ เพรารักคือการให้อภัย...
คือการปล่อยวางและลบลืมเรื่องทุกเรื่องที่เลวร้าย
เพื่อให้เราได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานที่สุด ...
อย่าคิดกลัวไปเองว่าถ้าเราให้อภัยเขาง่ายๆ ต่อไปเขาจะต้องทำไม่ดีกับเราอีก
หากเราจะมองในด้านดี... บางทีการให้อภัยครั้งนี้
อาจทำให้เขารักและเกรงใจเรามากขึ้นก็ได้
หรือเราจะยอมให้คนๆหนึ่งที่เรารักต้องจากเราไป เพราะการไม่ให้อภัยของเราเอง
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ทะเลาะกันทำไม ... ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า
โดย เฌอมาณย์ ...
เป็นข้อคิดดีๆในการอยู่อย่างมีความสุขได้ในส่วนนึง*
โดยเฉพาะ "ปากพูดมาก หัวใจพูดน้อย" กับ "รักคือการให้อภัย"
ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่ว่า ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพูดไม่ตรงกับใจมากเท่านั้น
ด้วยความที่ต้องการจะเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ เราก็จะพูด พูดเข้าไป
พูดให้มันแรงๆ เจ็บๆ เพื่อที่จะได้ชนะอีกฝ่าย โดยไม่คำนึงว่าหัวใจเราต้องการพูดแบบนั้น
หรือเปล่า????
การอภัย มันเป็นความรู้สึกที่ทำใจได้ยากจริงๆนะ
แต่ถ้าลองทำดู จะรู้ว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย
แล้วยิ่งถ้าเป็นการอภัยให้กับคนที่เรารัก
มันก็ยิ่งง่ายเข้าไปกันใหญ่ แค่เพียงนึกถึงสิ่งดีๆที่มีให้กัน...
เราไม่ชอบการทะเลาะ ไม่ชอบที่จะรู้สึกไม่ดีกับใคร
เพราะฉะนั้น บางทีเราก็ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่ไม่ดี
อาจจะมีคิดเล็กคิดน้อยในช่วงแรก พอหลังจากนั้น
เราก็จะทำเป็นลืม คือไม่ได้เก็บมาคิดอ่ะ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้ว
ไม่ได้ลืมหรอก แต่แค่เก็บมันไว้ในส่วนๆนึง เหมือนเก็บไว้ในห้องเก็บของเสีย
จะจำไม่ได้ถ้าไม่ได้เปิดไปที่ห้องนั้น....อารมณ์ประมาณนั้น
หัวข้อทั้งหมดเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ถ้าอ่านแล้วเอาไปใช้บ้าง
ก็คงไม่ต้องมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจกันบ่อยๆหรอกเนอะ ...
ไม่อยากเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว
ที่ไปรักใครง่ายดายเหลือเกิน
ที่ไปรักเธอไม่ทันจะรู้ตัว
ใกล้เธอทำไมทุกครั้งใจมันสั่นๆ จิตใจของฉันวุ่นวาย
ตัวของฉันควมคุมไม่ได้ เมื่อสุดท้ายหัวใจมันรักเธอ
"ทะเลาะกันทำไม ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า"
ไม่ใช่แค่กับคนรักเท่านั้น แต่รวมไปถึงบุคคลที่เรารักทั้งหลาย...
ตัวตน..กับ..ความรัก
ความรัก...ไม่ใช่การเอาตัวตนของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยน
แต่มันคือการเอาความรู้สึกดีๆ และความเข้าใจมาแลกกัน ตัวตนของคนเรา...
แม้มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่คงไม่มีใครอยากที่จะสูญเสียมัน
เพียงเพื่อแลกกับคำว่า รัก จากคนอีกคนหนึ่ง
คนเรามักเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอย่างใจเรา
แต่พอตัวเองถูกอีกฝ่ายเรียกร้องให้ทำเช่นนั้นบ้าง
กลับตีโพยตีพายโวยวายเสียจนเป็นเรื่องใหญ่
ถ้าเราเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิด เราจะรู้ว่า...
เขาเองก็คงรักความเป็นตัวตนของเขาเองเหมือนอย่างที่เรารักเช่นกัน
ดังนั้นหากตัวเราเองไม่อยากเปลี่ยนและไม่ยอมเปลี่ยน
การจะเรียกร้องให้คนรักของเรา...เปลี่ยนเพื่อเรา มันจึงกลายเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินไป
ปากพูดมาก...หัวใจพูดน้อย
เวลาที่เราทะเลาะกับคนรัก คำพูดที่ออกจากปากเรามักไม่ค่อยตรงกับใจเราเท่าไหร่
เนื่องจากมันเป็นคำพูดที่พูดออกมาจากอารมณ์ ไม่ได้ใช้สมองคิด
และไม่ได้ใช้หัวใจกลั่นกรองออกมา
คำพูดมักถูกคนสองคนนำมาใช้ในการเอาชนะซึ่งกันและกัน
ยิ่งใครพูดแรงกว่า โดนใจกว่า ถึงใจกว่า คนนั้นก็จะดูเหมือนเป็นผู้ชนะ
เพราะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บใจ เสียใจได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ชนะนั่นแหละคือคนแพ้
ยิ่งปากได้พูดออกมามากเท่าไหร่ หัวใจก็ได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงน้อยลงเท่านั้น
หากเราพูดให้น้อยลงบ้าง ประชดประชันให้น้อยลงบ้าง
หัวใจเราอาจมีโอกาสได้พูดความจริงออกมาเยอะขึ้น
แล้วคนรักของเราอาจได้รู้ว่ามี่จริงแล้วแม้ทะเลาะกันอยู่...แต่หัวใจเราแคร์เขาแค่ไหน
มุมมองและความคิดที่ต่างกัน
ความแตกต่างของมุมมองและความคิดที่จริงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาสำคัญของความรักเลย
แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือ... คนสองคนไม่ยอมเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน
มนุษย์ทุกคนมีสัญชาติญาณความเชื่อมั่นในตัวเอง
และคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอ
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คนอีกคนเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา
หรือเข้ามามีความสำคัญกับหัวใจของเรา เราก็ควรต้องให้โอกาสกับคนที่เรารัก
ให้เขาได้มีส่วนแสดงความเห็นหรือแชร์ความคิดกับเราบ้าง
จงอย่ายืนกรานว่าเราเชื่อแต่ความคิดของตัวเองและไม่ต้องการจะฟังเขา...
เพราะนั่นเป็นเหมือนการสร้างกำแพงให้เกิดขึ้นกับความรัก
ถึงแม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่กำแพงความคิดก็สามารถทำลายความรักลงได้ทุกเมื่อ
จงเปิดใจให้กว้าง..... เพื่อให้ความเป็นตัวตนของเรากับเขาเชื่อมถึงกัน
แล้วความรักจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและสมบูรณ์
ขีดความอดทน
ความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน
อาจทำให้คนสองคนมีขีดความอดทนที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ
บางคนทนแล้วทนเล่า ท้อแล้วท้ออีก แต่ในที่สุดก็ยังทนอยู่ได้
เพราะความรักที่มีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ...
การทะเลาะเบาะแว้งกระทบกระทั่งกันแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับการเป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง
หากเราเป่าลมเข้าไปมากจนมันพองตัวถึงที่สุด เมื่อนั้นมันก็อาจจะแตกได้...
หากไม่อยากให้ความรักต้องถึงจุดสิ้นสุด เราต้องพยายามรับหน้าที่เป็นฝ่ายอดทนอดกลั้น
และยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ปลดปล่อยและผ่อนคลายบ้าง
แม้วันนี้ลูกโป่งความรักของเราและเขา อาจจะใหญ่โตเต็มที่แล้ว
แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เราจะลดขนาดมันลงกันไม่ให้มันแตก
ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน
กำลังใจใกล้ๆตัว
เมื่อยามที่คนรักของเราต้องพบเผชิญปัญหาในชีวิต
จนเกิดความรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้และผิดหวัง
สิ่งเดียวที่เขาอาจหวังอยู่ในใจ คือการที่คนรักอย่างเรา...
จะเดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้าง หยิบยื่นความเข้าใจและทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
แต่บางครั้ง... เมื่อเราเห็นว่าเขาอ่อนแอ ท้อแท้
เรากลับทำนิ่งดูดายเพราะคิดว่าช่วยอะไรเขาไม่ได้
มิหนำซ้ำบางครั้งเรากลับยิ่งซ้ำเติม ตำหนิ ทำให้เขายิ่งสูญเสียกำลังใจมากขึ้นไปอีก
คนรัก...คือกำลังใจที่ใกล้ตัวที่สุด หากเราไม่สนใจใยดีเขาสักคน
แล้วใครกันจะมาช่วยฉุดให้เขาลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแรงอีกครั้งได้
ไม่ว่าคนรักของเราจะทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างไรก็ตาม
เรามีหน้าที่ต้องอยู่ข้างเขาและให้กำลังใจเขาเสมอ
หากเราปล่อยให้คนรักของเราต้องออกไปหากำลังใจจากที่ไกลๆ
ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะมีเราอยู่
รักคือการให้อภัย
ไม่สำคัญหรอกว่า... คนทำผิดจะเจตนาทำหรือไม่
แต่สำคัญว่าเขาตั้งใจจะขอโทษเราหรือเปล่า
หากเขาทำผิดกับเราแล้วยังรู้จักยอมรับผิด มีจิตสำนึกคิดจะมาขอโทษเรา
ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะให้อภัยเขาไม่ได้ เพรารักคือการให้อภัย...
คือการปล่อยวางและลบลืมเรื่องทุกเรื่องที่เลวร้าย
เพื่อให้เราได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานที่สุด ...
อย่าคิดกลัวไปเองว่าถ้าเราให้อภัยเขาง่ายๆ ต่อไปเขาจะต้องทำไม่ดีกับเราอีก
หากเราจะมองในด้านดี... บางทีการให้อภัยครั้งนี้
อาจทำให้เขารักและเกรงใจเรามากขึ้นก็ได้
หรือเราจะยอมให้คนๆหนึ่งที่เรารักต้องจากเราไป เพราะการไม่ให้อภัยของเราเอง
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ทะเลาะกันทำไม ... ทั้งที่เข้าใจกันง่ายกว่า
โดย เฌอมาณย์ ...
เป็นข้อคิดดีๆในการอยู่อย่างมีความสุขได้ในส่วนนึง*
โดยเฉพาะ "ปากพูดมาก หัวใจพูดน้อย" กับ "รักคือการให้อภัย"
ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่ว่า ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพูดไม่ตรงกับใจมากเท่านั้น
ด้วยความที่ต้องการจะเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ เราก็จะพูด พูดเข้าไป
พูดให้มันแรงๆ เจ็บๆ เพื่อที่จะได้ชนะอีกฝ่าย โดยไม่คำนึงว่าหัวใจเราต้องการพูดแบบนั้น
หรือเปล่า????
การอภัย มันเป็นความรู้สึกที่ทำใจได้ยากจริงๆนะ
แต่ถ้าลองทำดู จะรู้ว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย
แล้วยิ่งถ้าเป็นการอภัยให้กับคนที่เรารัก
มันก็ยิ่งง่ายเข้าไปกันใหญ่ แค่เพียงนึกถึงสิ่งดีๆที่มีให้กัน...
เราไม่ชอบการทะเลาะ ไม่ชอบที่จะรู้สึกไม่ดีกับใคร
เพราะฉะนั้น บางทีเราก็ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่ไม่ดี
อาจจะมีคิดเล็กคิดน้อยในช่วงแรก พอหลังจากนั้น
เราก็จะทำเป็นลืม คือไม่ได้เก็บมาคิดอ่ะ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้ว
ไม่ได้ลืมหรอก แต่แค่เก็บมันไว้ในส่วนๆนึง เหมือนเก็บไว้ในห้องเก็บของเสีย
จะจำไม่ได้ถ้าไม่ได้เปิดไปที่ห้องนั้น....อารมณ์ประมาณนั้น
หัวข้อทั้งหมดเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ถ้าอ่านแล้วเอาไปใช้บ้าง
ก็คงไม่ต้องมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจกันบ่อยๆหรอกเนอะ ...
ไม่อยากเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว
ที่ไปรักใครง่ายดายเหลือเกิน
ที่ไปรักเธอไม่ทันจะรู้ตัว
ใกล้เธอทำไมทุกครั้งใจมันสั่นๆ จิตใจของฉันวุ่นวาย
ตัวของฉันควมคุมไม่ได้ เมื่อสุดท้ายหัวใจมันรักเธอ
คำเดียว " เบื่อ " จริงๆหว่ะ
ไม่รู้เป็นอะไร เฮ้อ น่าเบื่อที่สุด
เสาร์อาทิตย์คือสวรรค์ จันทร์-ศุกร์คือนรก ชัดๆ
โว้ยยยย เซ็ง
ไม่อยากไปเรียนแล้วโว้ยยยย
น่าเบื่อ ไม่อยากทำการบ้าน ไม่อยากทำรายงาน
อยากไปเที่ยวววววรอบโลก อยากถ่ายรูป อยากได้กล้อง
อยากสอบเร็วๆ อยากจบเร็วๆ เข้าใจม้ายยยยยย?
เก็บเพลงรักนี้ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ
ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจชั่วนิรันดร์
มีเพลงๆ หนึ่งที่เคยร้องให้เธอฟัง
แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้รึเปล่า
วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป
แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา
ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง ความรักที่ลึกซึ้ง
และยังคงตรึงในหัวใจนานแค่ไหน ก็เหมือนเก่า
เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน...
เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสวงสวรรค์
ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน
กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป
อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม
แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไง
ใจความในเพลงนั้นของเรา ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง
ความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจ
นานแค่ไหนก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน
เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสวงสวรรค์
ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน
ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี
ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้
เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสวงสวรรค์
ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน
ฉันขอมอบชีวิต ทั้งหมดไว้ ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว
จริงๆก็เฉยๆกับเพลงนี้อ่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย
แต่ฟังไปฟังมา ก็เพราะดีน่ะ โอเครอ่ะ หวานซึ้งเชีย เหอะๆ